ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน : กองหน้า สู่ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มีชื่อเล่นว่า แชมป์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2527 เป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพชาวไทย เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลายคนอาจจะประหลาดใจไม่น้อย เมื่อรู้ว่า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มีอายุถึง 38 ปีแล้ว เพราะโดยปกติของนักเตะอาชีพนั้นเมื่อมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ก็มักจะอยู่ในช่วงที่ใกล้ปลดระวางแล้ว เนื่องจากนักเตะเหล่านั้นได้มีสภาพร่างกายโรยรา การตอบสนองได้ไม่เหมือนกับนักเตะวัยหนุ่มสาว และความสามารถก็ได้ตกลงมาจากเดิม และในขณะเดียวกัน นักฟุตบอลที่มีรุ่นราวคราวเดียวกันกับ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก็ได้รีไทร์กันเกือบหมดแล้ว แต่เขายังสามารถยืนหยัดอยู่ได้เป็นคนสุดท้าย และสามารถรักษามาตรฐานในการป้องกันประตูได้อย่างยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด และนี่คือความประหลาดใจของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่พวกเราได้สัมผัสกันได้ด้วยสายตา จากมุมมองของแฟนบอลที่ได้ติดตามเฝ้าดูเขามาเป็นระยะเวลานานนับเป็นสิบปี และได้มีน้อยคนนักที่จะได้รู้ว่า การที่กว่าจะมาเป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่หลาย ๆ คนต่างอิจฉาในความสำเร็จของเขานั้น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้เริ่มต้นเล่นกีฬาฟุตบอลในตำแหน่งนี้ จากการที่ได้เป็นนายประตูสำรองในระดับมือ 4 มือ 5 ด้วยซ้ำ และลืมโอกาสที่จะได้ลงสนามเฝ้าเสาไปได้เลย

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ผลักดันให้ตัวเองจากเดิมที่เป็นนายประตูอันดับปลายแถวที่มักจะถูกมองข้ามอยู่เสมอ ให้ก้าวมาสู่การเป็นผู้รักษาประตูในระดับแนวหน้าได้ และการได้รับโอกาสให้เป็นผู้นำในสนามของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยได้อย่างไร

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน  เริ่มต้นเล่นกีฬาฟุตบอลตั้งแต่ตอนอายุได้ 6 ขวบ และได้เล่นมาแล้วทุกตำแหน่งยกเว้นแต่ผู้รักษาประตู และในการลงสนามส่วนใหญ่จะได้ยืนในตำแหน่งกองหน้า และเขายังเคยได้รางวัลดาวซัลโวอีกด้วย

เมื่ออายุได้ประมาณ 13 ปี ทางคุณพ่อของเขา (ประสิทธิ์ เทศสูงเนิน) ได้จับให้เขาได้มาฝึกในตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน รู้สึกว่าไม่ถนัดในการเล่นในตำแหน่งนี้เลย และรู้สึกว่าฝืนธรรมชาติของตัวเองมาก ซึ่งตอนนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้ แต่เขาก็ได้คิดว่าคุณพ่อนั้นคงมีเหตุผลของท่าน เพราะว่าคุณพ่อได้เคยเล่นในตำแหน่งนี้มาก่อน เมื่อเด็กผู้ชายวัย 13 ปี ที่เล่นได้เล่นฟุตบอลในตำแหน่งเอาต์ฟิลด์มาตลอด แต่วันหนึ่งเขากลับถูกคุณพ่อผู้ที่มีอาชีพเป็นโค้ชฟุตบอลทีมเยาวชนในระดับจังหวัด ได้บังคับให้เขานั้นเปลี่ยนตำแหน่งการเล่น มาสวมถุงมือ ยืนอยู่หน้าปากประตู และนี่ก็คือบททดสอบที่แสนยากลำบากเป็นด่านแรกของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ถึงแม้ว่าเขาจะมีส่วนสูงที่เหมาะสม และเมื่อในอดีตคุณพ่อประสิทธิ์ เทศสูงเนิน ก็เคยปลุกปั้น น.อ.กัมปนาท อั้งสูงเนิน จนสามารถก้าวไปสู่ทีมชาติไทยมาแล้ว

 

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน สามารถปรับตัวเพื่อให้เข้ากับฟุตบอลในสมัยใหม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคุณพ่อได้มองเห็นอนาคต และได้วางแผนการเล่นในตำแหน่งนี้มาให้เขาตั้งแต่ที่เขายังเด็ก คุณพ่อได้มองว่าในอนาคต วงการฟุตบอลไทยจะเป็นอาชีพอย่างเต็มตัว และให้ค่าตอบแทนสูง สามารถต่อยอดเพื่อสร้างเกียรติยศและชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลได้ และในอนาคต กีฬาฟุตบอลในสมัยใหม่จะต้องการผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่สามารถใช้เท้าเล่นบอลได้ดีอีกด้วย คุณพ่อของเขาจึง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในตำแหน่งอื่นก่อน เพื่อเป็นการฝึกการใช้เท้าในการเล่นฟุตบอลไปในตัว และเพื่อให้เขาได้เข้าใจถึงธรรมชาติของผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งเพื่อเวลาเจอกับกองหน้าของฝ่ายตรงข้าม จะได้รู้ว่าในตำแหน่งนี้ธรรมชาติของเขาเป็นอย่างไร

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ไม่เคยได้มีส่วนร่วมกับการแข่งขันฟุตบอลในรายการใหญ่ ๆ ในระดับประเทศเหมือนกับผู้เล่นในทีมชาติไทยส่วนใหญ่ ที่เริ่มต้นจากการสร้างชื่อมาจากการแข่งขันบอลนักเรียน การได้เบียดเพื่อลงสนามเพื่อเป็นตัวจริงของทีมจังหวัด สำหรับ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ถือว่าเป็นงานยากพอสมควร

ผลงานในรั้วทีมชาติไทยของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นั้น เขาได้เคยเป็นผู้รักษาประตูสำรองของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ต่อจาก กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โดยเขาได้ยึดเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของ ทีมชาติไทย ได้ในช่วงที่ กวินทร์ มีอาการบาดเจ็บหัวเข่า ในช่วงที่ วินเฟรด เชเฟอร์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนอยู่ในช่วงนั้น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้มีโอกาสลงสนามแข่งขันเพียงแค่นัดเดียว คือ การแข่งขันนัดอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติพม่า และในครั้งที่สอง โดย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ถูกส่งตัวให้ลงสนามมาเล่นแทน สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้ติดทีมชาติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2561 โดยเขาได้ลงสนามแข่งขันสองนัด นัดที่ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติติมอร์-เลสเต และทีมชาติอินโดนีเซีย ตามลำดับ และต่อมาในการแข่งขันฟุตบอลรายการเอเชียนคัพ 2562 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้มีโอกาสลงสนามเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงถึง 3 นัด ได้แก่ นัดที่ ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติบาห์เรน , นัดที่สอง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติยูเออี และได้ลงสนามในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม อีกนัดก็คือนัดที่ ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติจีน

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มีชื่อติดทีมชาติไทย ในนัดที่ ทีมชาติไทย เปิดบ้านพบกับ ทีมชาติเวียดนาม และต้องออกไปเยือน ทีมชาติอินโดนีเซีย ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และในการแข่งขันครั้งนั้นได้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ถูกแต่งตั้งให้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติไทย