ตำนานกองหน้าทีมชาติไทย “ลีซอ” นักฟุตบอลสุดเทพ ที่หลงรักวงการลูกหนังมาตั้งแต่เด็ก

ถ้าพูดถึงอีกหนึ่งตำนานในวงการลูกหนังไทย คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย หนึ่งในนักเตะที่มีฝีเท้าสุดยอด ตำแหน่งกองหน้าของทีมชาติไทย ซึ่งเรียกว่าเขาโด่งดังมาตั้งแต่ยังยังวัยรุ่นเลยทีเดียว ที่ไม่ได้แค่หล่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังมากด้วยความสามารถทางด้านกีฬา ซึ่งเขาคนนี้ก็ได้ชื่นชอบและเล่นกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่ที่เขาได้ศึกษาอยู่ชั้น ป.3 เลยด้วย

วันนี้เราจะพาทุก ๆ ท่าน มาทำความรู้จักกับ ประวัติของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย นักกีฬาฟุตบอลหนุ่มเนื้อหอม ที่มากด้วยความสามารถคนนี้ให้กับทุก ๆ ท่านได้รู้จักเขาให้มากขึ้น

“ลีซอ”  มีชื่อจริงว่า ธีรเทพ วิโนทัย  เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2528 ภูมิลำเนาเป็นชาวกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งศึกษาระดับชั้นมัธยมต้น ได้ศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ช่วงมัธยมปลายเขาได้ย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ

“ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย เป็นบุตรชายของ คุณพ่อเทพไชย วิโนทัย ผู้สื่อข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่างเดลินิวส์ เขาได้มีน้องชายหนึ่งคน และได้เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างครั้งแรก ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ขณะที่เขาได้เรียนอยู่ชั้น ป.3  และได้มี อาจารย์ทองแดง หรุ่นขำ เป็นครูผู้สอนกีฬาฟุตบอลท่านแรกให้กับเขา “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ได้เริ่มซึมซับและชื่นชอบเกมลูกหนัง มาจากคุณพ่อ ที่ได้พาเขาเข้าไปภายในสนามฟุตบอลอยู่บ่อย ๆ ก่อนที่จะมาเล่นฟุตบอลนั้น “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ได้เคยเล่นกีฬาเทนนิสมาก่อน แต่เขาก็ได้มาหลงไหลให้ลูกหนัง และได้เริ่มเล่นฟุตบอลจริงจัง ระหว่างเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โดยได้ใส่เสื้อแข่งขัน เบอร์ 10 คือเบอร์แรก ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาเป็นเบอร์ 14 จนได้กลายเป็นเบอร์ประจำตัวจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะบินไปเรียนต่อในชั้น ม.ปลายที่โรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ พร้อมกับได้เซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชนสโมสร คริสตัล พาเลซ เมื่อตอนอายุเพียง 16 ปี

“ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ได้ฝึกซ้อมอยู่กับสโมสร คริสตัล พาเลซ ระหว่างปี 2002 – 2004 ก่อนจะมาอยู่กับทีมเยาวชน เอฟเวอร์ตัน ในปี 2005 – 2006 แต่ที่สุดแล้ว “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ก็ไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในอังกฤษ และก็ได้กลับมาค้าแข้งในไทย กับสโมสรแรกกับ “มังกรไฟ” สโมสรฟุตบอล บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2006 และด้วยที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทำให้เขาได้รับโอกาสย้ายไปเตะในต่างแดนกับสโมสร เค ลีร์เซ่ ที่อยู่ในลีกระดับดิวิชั่น 2 ของเบลเยียม ในปี 2008

การย้ายไปเตะต่างแดนของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะเขายังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นตัวจริงมากนัก เขาได้ลงเล่นไปเพียง 8 นัดเอง และ ยิงได้ 3 ประตูในทุกรายการ ต่อมาปี 2009 ลีซอ ได้ขอย้ายกลับเมืองไทย และก็ได้มาอยู่กับ สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด  ด้วยสัญญายืมตัว และต่อก็ถูกยืมตัวกลับมายัง บีอีซี เทโรศาสน อีกครั้ง ก่อนที่ เทโรฯ จะซื้อขาดในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ได้ย้ายไปเล่นให้กับหลายๆ สโมสรในไทยลีก อาทิ  บางกอกกล๊าส หรือชื่อปัจจุบันคือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (ปี 2012-2014) เพื่อนตำรวจ (ปี 2014-2015) ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (ปี 2016-2019) จนกระทั่งมาอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี ในปัจจุบัน ในตำแหน่ง กองหน้า,ปีก

 “ดาวรุ่งมหัศจรรย์” ของวงการลูกหนังไทย คือฉายาของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ที่ได้รับการยกย่อง หลังจากเขาได้ติดทีมชาติชุดซีเกมส์ปี 2001 ที่มาเลเซีย ซึ่งในขณะเขายังเรียนอยู่ชั้น ม.4 ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น ก่อนจะช่วยยิง 3 ประตูพาทีมคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และหลังจากนั้นมา ชื่อของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ก็เป็นที่รู้จัก และได้กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ พาทีมได้เหรียญทองซีเกมส์ได้อีก 3 สมัยซ้อนในปี 2003, 2005 และ 2007 โดยเฉพาะในปี 2005 ซึ่ง ลีซอ ระเบิดฟอร์ม ทำแฮตทริกพาทีมถล่ม เวียดนาม 3-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

และขณะเดียวกัน  ในวัยเพียง 14 ได้ติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลเยาวชนยู-17 ชิงแชมป์โลก 1999 ที่นิวซีแลนด์ ซึ่งผู้เล่นชุดนั้นก็ได้กลายเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา ได้แก่ สุรีย์ สุขะ, ณัฐพร พันฤทธิ์, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ศักดา เจิมดี, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

ส่วนการเข้าร่วมกับทีมชาติชุดใหญ่นั้น  “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ได้มีชื่อรับใช้ชาติครั้งแรกเมื่อปี 2005 ในยุคของ “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน และเขาก็สามารถยิงประตูให้กับทีมชาติชุดใหญ่เป็นลูกแรกในเกมที่เสมอ ลัตเวีย ในศึกคิงส์คัพ 2005 และหลังจากนั้น ลีซอ ก็มีชื่อติดโผรับใช้ทัพ “ช้างศึก” เรื่อยมา